Paradigm คือกรอบทางความคิดของคน ในแต่ละเรื่องคนแต่ละคนอาจจะมีกรอบทางความคิดที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ มุมมอง ทัศนคติ และความเชื่อของบุคคลนั้นว่าเป็นอย่างไรกรอบทางความคิดของคนจะเปรียบเสมือนช่องทางเดินรถ(Lane)บนถนนที่กำหนดว่าจะต้องขับรถอยู่ภายใน ช่องทางของตัวเองเมื่อมีกรอบในการขับรถเช่นนี้แล้ว คนที่ขับรถก็จะไม่ขับออกนอกช่องทาง เพราะถ้าขับออก นอกช่องทางเมื่อไหร่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือตกข้างถนนได้  ดังนั้น กรอบทางความคิดจึงเป็นช่องทาง เดินรถที่จะเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของคนๆนั้น จะเดินไปในทิศทางใด
มีเกมส์อยู่เกมส์หนึ่งที่ผู้นำการฝึกอบรมนิยมจะนำมาใช้ในการทดสอบกรอบทางความคิดของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ว่ามีกรอบความคิดแบบใด

คำอธิบาย  ขอให้ลากเส้นตรง 4 เส้นผ่านจุดทั้งเก้าจุด โดยเส้นตรงจะต้องเชื่อมโยงกัน (ลากเส้นโดยไม่ต้องยกมือ)

คำเฉลย การลากเส้นผ่านทุกจุดโดยไม่ต้องยกมือ แต่จะต้องลากออกนอกกรอบสี่เหลี่ยม(ที่เราคิดเอาเองว่าเป็นสี่เหลี่ยม)  เพื่อให้เกิดมุมที่จะลากกลับไปกลับมาให้ครบทุกจุดได้ ดังรูปข้างล่างนี้
จากเกมส์นี้ จะพบว่าผู้เข้าเล่นเกมส์ส่วนมากมักจะคิดว่าจะลากเส้นตรงอย่างไรอยู่ภายในกรอบของจุดทั้งเก้าจุดเท่านั้น เพราะกรอบทางความคิดของผู้เล่นยึดติดกับคำว่า “สี่เหลี่ยม”   และผู้เล่นจะทึกทักเอาเองว่าเป็นสี่เหลี่ยม  ซึ่งจริงๆ แล้วจุดทั้งเก้าจุดนั้นไม่ใช่รูปสี่เหลี่ยม แต่เป็นเพียงภาพของจุดสีดำที่เรียงตัวกันบนพื้นสีขาวเท่านั้น
ถ้าเข้าไปสังเกตการเล่นเกมส์นี้ นอกจากจะรู้ถึงกรอบความคิดของแต่ละคนแล้ว ยังจะเห็นพฤติกรรมการ แก้ปัญหาของผู้เล่นเกมส์ได้อีกด้วย จะเห็นว่าบางคนไม่ชอบลองทำอะไรที่ตัวเองไม่มั่นใจ บนกระดาษที่แจก ไปก็ไม่มีเงาของรอยลากเส้นแม้แต่รอยเดียว บางคนชอบจินตนาการกลางอากาศ เมื่อได้ภาพแล้วค่อยวาด ลงบนกระดาษบางคนเป็นพวกชอบลอง ไม่ลองไม่รู้ จะเห็นรูปบนกระดาษเต็มไปหมด ลากแล้วผิด ลากใหม่ ซึ่งคนประเภทชอบลองก็จะแบ่งออกเป็นสองพวกคือ พวกที่ลองลากเส้นในรูปแบบที่ยังไม่เคยลากมาก่อน กับพวกที่เป็นประเภทย้ำคิดย้ำทำ ลากไปลากมาก็อยู่ในรูปแบบเดิม ไม่ค่อยมีอะไรแตกต่าง

หลายครั้งที่กรอบทางความคิดของคนไม่ตรงกัน และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น

ลูกสองคนทะเลาะกันเพื่อแย่งส้มใบเดียวกัน เมื่อแม่เห็นว่าลูกทะเลาะกันก็เข้ามาจัดการแบ่งส้มให้ ลูกคนละครึ่งเพราะกรอบความคิดของแม่ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กคือ ถ้าพี่น้องทะเลาะกันเพื่อแย่งของกิน กันเมื่อไหร่แสดงว่าทั้งสองคนต้องการกินของชิ้นนั้นเหมือนกัน  แต่เมื่อแบ่งส้มให้แล้ว ลูกคนโตก็ยัง ไม่พอใจเพราะความต้องการที่แท้จริงคือต้องการเปลือกส้มไปทำการฝีมือส่งครูที่โรงเรียน ส่วนคนน้องก็ยังไม่พอใจเช่นกันเพราะต้องการกินส้มทั้งลูกคนเดียว

  • ขณะที่นายดำขับรถมอเตอร์ไซด์ออกจากบ้านไปซื้อของที่ตลาด ก่อนจะถึงทางโค้งก็มีผู้หญิงขับรถมอเตอร์ไซด์ อีกคันขับสวนทางมาและตะโกนใส่นายดำว่า “ควาย” นายดำรู้สึกโกรธและโมโหมากที่โดนด่าโดยไม่ทราบ สาเหตุเพราะคิดว่าผู้หญิงคนนั้นด่าตัวเองว่าควายเพราะตัวเองตัวดำสมชื่อ คิดได้ดังนั้นก็หันกลับไปตะโกน ใส่ผู้หญิงคนนั้นทันทีว่า”แ..ร..ด” เพื่อให้สมน้ำสมเนื้อกัน  แต่พอหันกลับมารถมอเตอร์ไซด์ของนายดำ ที่กำลังเข้าโค้งก็ชนโครมกับ “ควาย” จริงๆ อย่างจัง ทำเอานายดำลงไปนอนให้ควายมองแบบสมน้ำหน้า ก่อนจะลุกขึ้นมาบ่นพึมพำว่า “ไม่น่าเลย เขาหวังดีแท้ๆ แต่เราไม่เชื่อ แถมยังไปด่าเขาอีก”
  • ขณะที่จินตนานั่งทำงานอยู่ในสำนักงาน(ซึ่งไม่สามารถมองเห็นว่าอากาศข้างนอกเป็นอย่างไร)นั้น  บังเอิญเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินถือร่มเข้ามาในสำนักงาน จินตนาคิดในใจทันทีว่าข้างนอก ฝนต้องตกแน่ๆเลย เพราะกรอบความคิดของจินตนาคือ ถ้าใครเดินถือร่มเข้ามาแสดงว่าข้างนอกฝนตก    และยิ่งเป็นผู้ชายถือร่มเข้าด้วยแสดงว่าต้องตกหนักแน่ๆ แต่เหตุผลจริงๆที่ผู้ชายคนนั้นถือร่มเข้ามาอาจ จะเป็นอย่างอื่นก็ได้   เช่น เอาร่มมาคืนนายคมกฤชเพราะยืมร่มไปเมื่อวันก่อน

จากตัวอย่างในเรื่องของกรอบความคิดที่กล่าวมาคงจะพอมองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าในแต่ละวันมีเหตุการณ์ที่ เกิดจากความแตกต่างของกรอบความคิดเยอะมาก บางครั้งเป็นเพียงเหตุการณ์ที่กลายเป็นเรื่องหน้าแตก ที่สร้างความขำขันให้คนอื่น บางครั้งเป็นเพียงความเข้าใจผิดเล็กๆน้อยพออภัยกันได้ แต่บางครั้งกรอบทางความคิด อาจจะกลายเป็นชนวนที่นำไปสู่ความขัดแย้งและเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงได้เช่นกัน

ดังนั้น การเข้าใจกรอบทางความคิดของตัวเองและผู้อื่น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการให้คำปรึกษาแก่ผู้คน เพราะถ้าไม่เข้าใจกรอบทางความคิดของคนแล้ว ก็เท่ากับว่าจับจุดในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาคนไม่ตรงจุด หรืออาจจะต้องใช้เวลานานในการวิเคราะห์หาสาเหตุในการแก้ปัญหา การพูดคุยและการสังเกตผู้คน จึงเป็น แนวทางหนึ่งที่จะนำเราไปสู่ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบทางความคิดของคนแต่ละคนว่าเขามีกรอบทางความคิด ในแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร

มองต่างมุม…ยังมีโอกาสนำภาพแต่ละมุมมาต่อกันเป็นภาพใหญ่ได้
มองมุมเดียวกัน…แต่มองผ่านกรอบแว่นคนละสี
ยากที่จะคุยกันรู้เรื่องว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นสีอะไร

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »