
เพราะริ้วรอยเป็นเหมือนตราประทับความร่วงโรยบนใบหน้า ผู้หญิงหลายคนจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดมันไปให้พ้น
วิธีลดริ้วรอยที่ฮิตสุด ๆ ของสาว พ.ศ.นี้ ก็คือ โบทอกซ์ ชื่อที่หลาย ๆ คนคุ้นหู และอาจจะเคยใช้บริการ ฉีดแล้วเรียบ กันมาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่าสารที่เราฉีด ๆ เข้าไปนี่น่ะ แท้จริงคือสารพิษชนิดหนึ่ง ที่ร้ายแรงถึงขนาดเป็นอาวุธชีวภาพได้เลยทีเดียว บรื๋อ…แค่ฟังว่าต้องใช้วิธีฉีดเข้ากล้ามเนื้อก็เสียวพอดูอยู่แล้ว ยิ่งมารู้ว่าเป็นสารพิษอีก ยิ่งแหยงใหญ่ค่ะ แต่ก็น่าแปลกที่ทั้งเสียวทั้งแหยงแต่ทำม้าย…ทำไมถึงฮิตทำกันนัก เรื่องนี้เห็นทีต้องหาคนช่วยไขข้อข้องใจซะแล้วค่ะ
ทำไม่ถึงฮิต… ฉีดโบทอกซ์
คุณหมอบอกว่าในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา มีคนทำโบทอกซ์กันมากขึ้น 100 – 200% ต่อปีเชียวค่ะ แค่เฉพาะในอเมริกาประเทศเดียว ก็ฉีดกันไปตั้ง 3 – 4 ล้านคนต่อปีแล้ว… ที่เหลือก็ประมาณกันเอาเองนะคะ ว่าจะอีกสักกี่ล้าน และเหตุผลสำคัญที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจทำโบทอกซ์ก็หนีไม่พ้น ความสวยนี่ละค่ะ แต่เป็นความสวยที่มาไว…และไม่เจ็บ
1.ส่วนใหญ่ที่ทำก็เพราะทำง่าย 10 นาทีก็เสร็จ บางคนพักเที่ยงก็แวะมาทำ เสร็จแล้วก็ไปทำงานต่อก็มี
2.ก็คือไม่เจ็บ เหมือนมดกัดนิดหน่อยเท่านั้น
3.ได้ผลดีเห็นชัดถึงความเปลี่ยนแปลง
4.ไม่มีข้อจำกัดเรื่องวัย ใคร ๆ ก็ทำได้ ทั้งเด็กผู้ใหญ่ ผู้ชายผู้หญิงทำได้หมด อย่างวัยรุ่นที่มาหาหมอส่วนมากจะมาฉีดเพื่อปรับรูปตา คิ้ว หรือคาง ส่วนคนสูงอายุก็มาฉีดเพื่อความงามเหมือนกันค่ะ คนไข้หมออายุ 70 กว่ายังฉีดโบทอกซ์สวยปิ้งก็มี ขึ้นอยู่กับว่าผิวหน้าจะตึงหรือย่นขนาดไหน
5. การทำโบทอกซ์ค่อนข้างปลอดภัยพอสมควร เมื่อเทียบกับการทำศัลยกรรมดึงหน้า และได้รับการยอมรับให้นำมาใช้เพื่อความงามจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั่วโลก ตั้งแต่ประมาณปี คศ.1999 แต่อันนี้ต้องเน้นด้วยว่า ถ้าใช้ให้ถูกต้อง คือใช้ในปริมาณที่กำหนด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการใช้โบทอกซ์แก้ปัญหาริ้วรอยในแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่ามีริ้วรอยมากน้อยต่างกันไป”
โดยเฉลี่ยแล้วคนที่อายุ 30 – 50 จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ โบทอกซ์พอช่วยได้ แต่ถ้า 50 ไปแล้ว อาจจะต้องทำควบคู่กับอย่างอื่นด้วย ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคนไข้ด้วยค่ะ อย่างเคสที่หมอเคยรักษาแก่สุดนี่อายุ 85 – 89 ปี มาทำเพื่อความงามโดยตรงเลย…อันนี้เยียวยาไม่ยาก ถ้าเขาไม่หวังมาก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการที่เป็นหมอคือ ต้องดูให้ออกว่าคนไข้จะดีขึ้นแค่ไหน เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์นะคะ แล้วบอกคนไข้ไปตรง ๆ ว่า ถ้าทำแค่นี้ ใช้เงินแค่นี้ ได้เท่านี้ เขาพอใจไหม สรุปแล้วทำได้กับคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยสูงอายุ
So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »