Archive for November 30th, 2011

รองเท้า เท้า

 

 นอกจากสาวๆ หนุ่มๆ ทั้งหลายยังมองว่า การสวมส้นสูงของผู้หญิงช่วยเพิ่มความสวยสง่าและยังทำให้ผู้สวมใส่ดูมีอำนาจมากขึ้น แต่ รองเท้าส้นสูงของนักออกแบบอาจจะคับเกินไปสำหรับเท้าที่บานและใหญ่จนทำให้ เกิดความเจ็บปวดทรมานในการสวมใส่และรองเท้าขนาดใหญ่ขึ้นไม่ใช่คำตอบสำหรับ สาวๆ ยุคนี้ แต่กลับเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมรูปเท้าให้เล็กแคบลงและได้ส่วนมากขึ้นเพื่อ ให้สวมรองเท้าได้สวยงามพอดิบพอดี

 

           กระแสทำศัลยกรรมเท้า จึงกำลังเป็นที่นิยมในสหรัฐ มีคลินิกอย่าง เบเวอร์ลี่ ฮิลส์ แอสเธติก ฟุต เซอร์เจอรี่ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดให้บริการด้านนี้ภายใต้สโลแกน ขั้นตอนเป็นซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงผู้สวมรองเท้าจากเจ้าชายได้พอดีคลินิกแห่งนี้มีลูกค้าทั้งดารา นางแบบและนักกีฬา

 

              อาลี ซาดรีห์ เจ้าของคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเท้า กล่าวว่า เรา นำไขมันจากช่องท้องคนไข้มาฉีดเสริมที่อุ้งเท้าเพื่อลดความเจ็บปวดในการยืน อยู่บนส้นสูง ผ่าตัดกระดูกปูดโปนและตัดเนื้อเท้าที่หนาบริการทำให้นิ้วเท้ายาวขึ้นและตรง ขึ้น รวมถึงการใช้โบท็อกซ์ฉีดเข้าไปในฝ่าเท้าเพื่อลดการเกิดเหงื่อที่ทำให้เหนอะ หนะและมีเชื้อรา การฉีดโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว หากเป็นที่ใบหน้าโบท็อกซ์ทำให้ริ้วรอยตีนกาหายไป แต่ที่เท้าหรือมือจะช่วยลดเหงื่อได้

 

             ธุรกิจผ่าตัดแก้ไขรูปเท้ากำลังบูมเช่นเดียวกัน ในอังกฤษตามข้อมูลของสมาคมศัลยกรรมความงาม แม้ว่าศัลยแพทย์กระดูกจะเตือนว่า การผ่าตัดน่าจะเป็นไปเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและแก้ไขรูปเท้าที่ผิดปกติ ไม่ใช่เพื่อความงาม ไมก์ แพนตันประธานสมาคมการรักษามือและเท้าอังกฤษ กล่าวว่า เท้าเป็นโครงสร้างที่ซับซ้อน เราไม่สามารถเปลี่ยนบางส่วนโดยไม่กระทบส่วนอื่นๆ

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

ผัก อาหาร

 

      เมื่อร่างกายได้รับการล้างพาออกไปจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานดีขึ้น ซึ่งระบบเผาผลาญก็เช่นกัน ดังนั้นทำให้ คุณผู้หญิงสามารถลดน้ำหนักได้เร็วกว่าเดิม

        และนี่คือการไดเอทแบบล้างพิษ แต่ก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียที่สาว ๆ ควรทราบไว้ก่อนจะตัดสินใจทำ โดยมีด้วยกัน 3 วิธีดังต่อไปนี้

     Cleanse Diet

        คือการกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงเมนูเดียวตลอดวัน เช่น ถ้ากินฟักทองต้มก็ต้องกินฟักทองทั้งวัน วันรุ่งขึ้นกิน แกงจืดก็ต้องแกงจืดอย่างเดียว อีกวันกินแอปเปิ้ลก็ต้องแอปเปิ้ลทั้งวัน เป็นต้น

           ข้อดี ของวิธีนี้คือ ผอมแน่ ๆ ต่อให้คุณเป็นคนผอมยากขนาดไหน ยังไง ๆ วิธีนี้ก็เอาอยู่
ข้อเสียคือ ทำยาก และ น้ำหนักที่หายไปก็ไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นน้ำและกล้ามเนื้อมากกว่า ถ้าไม่ออกกำลังกายร่วมด้วย ผิวพรรณจะเหี่ยวอย่างเห็นได้ชัด และถ้ากลับมากินอาหารตามปกติ น้ำหนักก็จะกลับมาใหม่

     Row Food Diet

         คือการกินแต่ของดิบ ๆ เท่านั้น เช่น ปลาดิบ ผักสด ผลไม้สด โดยอาจจะทำตารางรายการอาหารให้ตัวเองไปเลยว่า มื้อ เช้ากินปลาดิบกับสลัดผลไม้ มื้อกลางวันกินสลัดผักจานโต ๆ พอมาถึงมื้อเย็นก็กินแต่ผลไม้รวมมิตร หรือถ้าเบื่อผักสดจะใช้วิธีนึ่ง ต้ม หรือตุ๋นก็ได้ แต่ต้องใช้ความร้อนไม่เกิน 100 องศา เพื่อรักษาคุณค่าอาหารของผักเอาไว้

           ข้อดี คือ ได้เส้นใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้องนานใกล้เคียงกับการกินข้าว และทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี จึงช่วยขจัด ไขมันออกไปได้มาก คนที่ทำวิธีนี้จะรู้สึกว่าผอมลงตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ลงมือทำ
ข้อเสีย คือ รสชาติของอาหารไม่หลากหลาย ทำให้เบื่อง่าย

     Master Cleanse Diet

         คือ ต้องไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำเปล่าบีบมะนาว น้ำแกงจืด น้ำผลไม้ และสารพัดน้ำอื่น ๆ ตามใจชอบ

           ข้อดี ของวิธีการนี้คือ น้ำหนักจะลดลงไป 2 – 3 กิโลภายในหนึ่งอาทิตย์ แถมยังช่วยล้างสารพิษที่หมักหมมในร่าง กายอย่างได้ผลด้วย
ข้อเสีย ก็คือ ทำยากมากถึงมากที่สุด และสาว ๆ จะมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด เครียดอยู่ตลอดเวลา

ที่สำคัญคือน้ำหนักที่ถูกกำจัดไปนั้นไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นแค่น้ำกับกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อไรที่คุณตบะแตกกลับไปทาน อาหารตามปกติ น้ำหนักที่หายใจก็จะดีดตัวกลับมาใหม่ทันทีค่ะ

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

โบทอกซ์ botox

    เพราะริ้วรอยเป็นเหมือนตราประทับความร่วงโรยบนใบหน้า ผู้หญิงหลายคนจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดมันไปให้พ้น

       วิธีลดริ้วรอยที่ฮิตสุด ๆ ของสาว พ.ศ.นี้ ก็คือ โบทอกซ์ ชื่อที่หลาย ๆ คนคุ้นหู และอาจจะเคยใช้บริการ ฉีดแล้วเรียบ กันมาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่าสารที่เราฉีด ๆ เข้าไปนี่น่ะ แท้จริงคือสารพิษชนิดหนึ่ง ที่ร้ายแรงถึงขนาดเป็นอาวุธชีวภาพได้เลยทีเดียว บรื๋อ…แค่ฟังว่าต้องใช้วิธีฉีดเข้ากล้ามเนื้อก็เสียวพอดูอยู่แล้ว ยิ่งมารู้ว่าเป็นสารพิษอีก ยิ่งแหยงใหญ่ค่ะ แต่ก็น่าแปลกที่ทั้งเสียวทั้งแหยงแต่ทำม้าย…ทำไมถึงฮิตทำกันนัก เรื่องนี้เห็นทีต้องหาคนช่วยไขข้อข้องใจซะแล้วค่ะ

ทำไม่ถึงฮิต… ฉีดโบทอกซ์

 

         คุณหมอบอกว่าในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา มีคนทำโบทอกซ์กันมากขึ้น 100 – 200% ต่อปีเชียวค่ะ แค่เฉพาะในอเมริกาประเทศเดียว ก็ฉีดกันไปตั้ง 3 – 4 ล้านคนต่อปีแล้ว… ที่เหลือก็ประมาณกันเอาเองนะคะ ว่าจะอีกสักกี่ล้าน และเหตุผลสำคัญที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจทำโบทอกซ์ก็หนีไม่พ้น ความสวยนี่ละค่ะ แต่เป็นความสวยที่มาไว…และไม่เจ็บ

 

1.ส่วนใหญ่ที่ทำก็เพราะทำง่าย 10 นาทีก็เสร็จ บางคนพักเที่ยงก็แวะมาทำ เสร็จแล้วก็ไปทำงานต่อก็มี

2.ก็คือไม่เจ็บ เหมือนมดกัดนิดหน่อยเท่านั้น

3.ได้ผลดีเห็นชัดถึงความเปลี่ยนแปลง

4.ไม่มีข้อจำกัดเรื่องวัย ใคร ๆ ก็ทำได้ ทั้งเด็กผู้ใหญ่ ผู้ชายผู้หญิงทำได้หมด อย่างวัยรุ่นที่มาหาหมอส่วนมากจะมาฉีดเพื่อปรับรูปตา คิ้ว หรือคาง ส่วนคนสูงอายุก็มาฉีดเพื่อความงามเหมือนกันค่ะ คนไข้หมออายุ 70 กว่ายังฉีดโบทอกซ์สวยปิ้งก็มี ขึ้นอยู่กับว่าผิวหน้าจะตึงหรือย่นขนาดไหน

5. การทำโบทอกซ์ค่อนข้างปลอดภัยพอสมควร เมื่อเทียบกับการทำศัลยกรรมดึงหน้า และได้รับการยอมรับให้นำมาใช้เพื่อความงามจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั่วโลก ตั้งแต่ประมาณปี คศ.1999 แต่อันนี้ต้องเน้นด้วยว่า ถ้าใช้ให้ถูกต้อง คือใช้ในปริมาณที่กำหนด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการใช้โบทอกซ์แก้ปัญหาริ้วรอยในแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่ามีริ้วรอยมากน้อยต่างกันไป”

        โดยเฉลี่ยแล้วคนที่อายุ 30 – 50 จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ โบทอกซ์พอช่วยได้ แต่ถ้า 50 ไปแล้ว อาจจะต้องทำควบคู่กับอย่างอื่นด้วย ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคนไข้ด้วยค่ะ อย่างเคสที่หมอเคยรักษาแก่สุดนี่อายุ 85 – 89 ปี มาทำเพื่อความงามโดยตรงเลย…อันนี้เยียวยาไม่ยาก ถ้าเขาไม่หวังมาก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการที่เป็นหมอคือ ต้องดูให้ออกว่าคนไข้จะดีขึ้นแค่ไหน เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์นะคะ แล้วบอกคนไข้ไปตรง ๆ ว่า ถ้าทำแค่นี้ ใช้เงินแค่นี้ ได้เท่านี้ เขาพอใจไหม สรุปแล้วทำได้กับคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยสูงอายุ

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

บทความ สิ่งที่ทำให้ผู้ชายหลงรักอย่าง รวดเร็ว

  • ความมั่นใจ ผู้ชาย ส่วนใหญ่มักมองหาความมั่นใจในตัวผู้หญิงเป็นอันดับแรก ซึ่งสังเกตได้จากการทักทาย น้ำเสียง และการสบตา หากคุณสามารถพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติก็ถือว่าชนะใจเขาไปเกือบครึ่งแล้ว
  • ความเพอร์เฟ็กต์ ผู้หญิงที่ดูดีไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือแม้แต่กระทั่งเล็บเท้าที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างกิ๊บเก๋ มีสไตล์ มักทำให้ผู้ชายคิดว่า เธอดูเพอร์เฟ็กต์เกินไปหรือดูเชี่ยวเกินไป ซึ่งอาจหมายความรวมไปถึงเจ้าชู้มากเกินไป
  • ความเซ็กซี่ แน่นอน ผู้ชายชอบมองผู้หญิงที่ความเซ็กซี่อยู่แล้ว แต่ความเซ็กซี่ก็ไม่ได้ตัดสินจากหน้าตาหรือเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงกิริยาท่าทาง น้ำเสียง และการใช้สายตาด้วย ถึงแม้ว่าคุณเกิดมาหน้าตาไม่สวย แต่หากฉลาดที่จะแสดงออก อย่างเช่น แทนที่จะทักทายเฉย ๆ ก็ลองสบตาสักครู่ พร้อมกับแย้มริมฝีปากนิด ๆ ก็ทำให้คุณ กลายเป็นสาวที่น่าค้นหา
  • โสดหรือเปล่า ผู้ชายส่วนใหญ่จะแอบสังเกตว่า คนที่ปลื้มอยู่นั้นมีเจ้าของหรือยัง ซึ่งมองได้จาก หากมีชายหน้าตาดีเดินผ่านมา หญิงที่มีแฟนอยู่แล้วจะทำได้แค่มองเพียงแวบเดียว แต่ถ้ายังโสดอยู่ อาจถึงขั้นหันไปทั้งตัวได้เลย
  • นิสัยชอบชิงดีชิงเด่น กรณีที่คุณกำลังดินเนอร์กับชายหนุ่มอยู่นั้น เผอิญมีหญิงไม่ทราบที่มาเดินเข้ามาทักเขาเฉยเลย แถมยังทำมึนไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาอีกด้วย ถ้าหากคุณเกิดโวยวายและมองอย่างเกรี้ยวกราดละก็ เขาคงไม่แฮปปี้แน่ ๆ แต่ถ้าคุณทำสุขุมและนิ่งเฉย นั่นแหละจะสร้างความประทับใจให้กับเขาอย่างไม่รู้ลืมเลย
  • สายตาจ้องจับผิด เมื่อคุณถูกแนะนำให้รู้จักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง อย่า! ใช้สายตาเพื่อสแกนเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเชียว เพราะผู้ชายคงจะไม่ชอบแน่ หากโดนจับจ้องด้วยสายตาแบบนี้
  • ความเป็นมิตร ผู้ชายส่วนมากมักมองหาความเป็นมิตร ความเรียบง่าย ๆ สบาย ๆ และมีอารมณ์ขันในตัวหญิงสาว เพราะเขาจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อต้องออกเดทกับคุณ

ลองทำตามคำแนะนำ ที่เอามาฝากกันดูนะคะ

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

เรื่องน่ารู้ วิธีดูใจ ก่อนจะตกลงคบเป็นแฟน

 

  1. ถ้าชายใดอยากได้แฟนเป็นแม่บ้านแม่เรือน และ เป็นฝ่ายรับเหมางานบ้านไปรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หนุ่มๆ ก็ควรสังเกตเอาก็ได้ ว่าสาวที่เขาคบหาอยู่ เธอชอบงานบริการสมาชิกในครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจรึเปล่า ไม่ใช่รักที่จะเป็นเวิร์กกิ้ง วูแมน ตลอดเวลา ก็คงอุทิศชีวิตให้กับอาชีพการงานมากกว่าตรงข้าม หากคุณเป็นหญิงที่ปรารถนาคู่ครองเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง แต่ที่มีอยู่ดูแล้วไม่ค่อยอยากรับผิดชอบอะไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรับผิดชอบไม่ได้ เช่น เสื้อผ้าใส่แล้วก็ทิ้งกองไว้เป็นเดือน หรือจานชาม กินแล้วก็ทิ้งไว้จนแมลงสาบแทะล่ะก็ จะยอมเสี่ยงเลือกคนนี้ เป็นแฟนไหมล่ะ
  2. ให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเราไหม เช่น ครบรอบวันที่สารภาพรักครั้งแรก, วันคล้ายวันเกิด, จูบครั้งแรก หรือวันออกเดทแรก เหล่านี้ถือเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับผู้หญิง และเธอก็คาดหวังว่าแฟนก็ควรจำได้ด้วย แม้จำได้ไม่หมดแต่จำได้ บ้างก็ยังดี เพราะงี้ถ้าคุณเป็นฝ่าย “ไม่เอาไหน” ในเรื่องความจำ แต่ดันไปรักไปชอบกับคนจำแม่น จำเก่งล่ะก็ ถ้ายังไปกันรอดก็เชื่อเค้าเลย แต่ถ้ารีบปรับตัวก็ยังพอทำเนา
  3. สุขภาพเป็นอย่างไร คน ที่คุณชอบพออยู่นั้น มีปัญหาสุขภาพด้านใดอยู่หรือเปล่า? เช่น เป็นมะเร็ง, เป็นลูคิเมีย หรือเป็น เอดส์ไหม ถ้ารู้ล่วงหน้าจะได้หาทางช่วยเหลือได้ทัน แต่หากเป็นเอดส์นี่ก็น่าคิดนะว่ายังควรจะเอามาทำแฟนอีกเหรอ อย่าว่าแต่เอดส์เลย ที่ควรระวัง เพราะแม้แต่โรคซิฟิลิส หรือโรคทางเพศสัมพันธ์ก็ควรถอนตัวไปซะเถอะ แต่ถ้าไม่สบายอย่างอื่น เช่น เจ็บคอเป็นหวัดอะไรเงียะ ควรประคบประหงมดูแลต่อไป คนเราลองจะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากของกันและกันก็ควรเอาใจใส่หน่อย
  4. ประวัติครอบครัวเป็นไงบ้าง คน ที่คุณชอบพอนั้น เค้ามีความรักความผูกพันหรือขัดแย้งกับใครเป็นพิเศษ ในครอบครัวหรือเปล่า? สมาชิกในครอบครัวของเค้าลงรอย กันไหม? ถ้าไปเจอคนที่สมาชิกในครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี ก็น่าจะส่อเค้าที่ดีว่า เค้าน่าจะเป็นคนรักครอบ-ครัว และให้ความสำคัญของครอบครัวนะ ว่าแต่ต้องตรองดูเหมือนกันนะว่า ครอบครัวไหนที่เค้ารักมากกว่ากัน เอ๊ะ จะเป็นครอบครัวเดิม หรือครอบครัวใหม่ที่คุณทั้งคู่กำลังจะเริ่มต้นด้วยกัน
  5. ความเลื่อมใสและศรัทธา พอจะไปกันได้ไหม เชื่อไหมว่า แม้คนที่มีความแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ถ้าเปิดใจกว้างและมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน คู่รักคู่นั้น ก็สามารถครองรักกันได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอน เหตุนี้ ถ้ายังมีอะไรที่เข้าใจไม่ตรงกัน ก็ควรคุยกันก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง
  6. ชอบและไม่ชอบอะไรบ้าง สถานที่ ท่องเที่ยวแบบไหนที่คนที่คุณแอบรักชอบบ้างน้า? จะได้ดอดไปเที่ยวกันสองต่อสองไง หรืออาหารจานเด็ดประเภทใดที่เราชอบเหมือนๆกัน จะได้ หิ้วกันไปดื่ม ดริงก์ เจี๊ยะจ๊าบกันให้อร่อยเหาะสักที ถ้าชอบอะไรคล้ายกันมันก็ดีไปอย่าง เพราะจะได้ไปไหนมาไหนหรือมีกิจกรรมร่วมกันดีออก แต่ ถ้ามีที่ชอบไม่เหมือนกัน ก็อย่าได้ถอดใจตีจากกันไปซะก่อน เพราะบางทีการเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบต่างกันอาจส่งผลดีกว่าในแง่ที่จะได้เปิด โลกทัศน์ ใหม่ๆก็ได้นะ
  7. งานอดิเรกชอบทำอะไร เค้าชอบทำอะไรยามว่างบ้างล่ะ ดูหนังฟังเพลง หรือชอบไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ แล้วช็อปปิ้งไปด้วย หรือนิยมไปออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายที่โรงยิมหรือฟิตเนส บางคนชอบไปเล่นตีแบด หรือหวดลูกสักหลาดก็ขึ้นอยู่กับความถนัด งานอดิเรกเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยบอกให้รู้ได้ว่า คุณกับเค้าจะไปกันได้ไหม?
  8. ความต้องการทางร่างกาย เค้า มีแรงขับทางเพศแบบนักรักบันลือโลก หรือแบบขันทีที่ไม่ค่อยอยากร่วมรัก (แต่เอ บางคนอาจมีอารมณ์เยอะ ทว่า ไม่ค่อยได้ออกกายบริหารก็ได้นะ) กันแน่? ซึ่งแรงสิเน่หาอยากร่วมรักนี่แหละเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาชั่งใจกันให้ ถี่ถ้วน เพราะถ้าเค้าเซ็กซ์จัดเหลือเกิน วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องหลีสาว แถมยังสะสมวีซีดีเอ็กซ์ไว้เพียบ ตรงข้าม คุณกลับเฉยๆชาๆกับความต้องการในด้านนี้ ขืนจับคู่กันระวังจะเกิดความ ไม่สมดุลทางเพศได้นะ หรือถ้าคุณเป็นจอมหื่น แต่เค้าไม่ชีกอแถมยังไม่ปึ๋งปั๋งปรู๊ดปร๊าด ก็ยากที่จะไปกันได้ดี เฮ้อ! มีรักทั้งทีก็กลับมีเรื่องเซ็กซ์มาขวางซะได้
  9. การวางแผนครอบครัวก่อนไหม เอ๊ะ ถ้าร่วมหัวจมท้ายกันไป เราจะรีบมีลูกหรือชะลอไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่พร้อมในด้านทรัพย์สมบัติค่อยเลิกคุมกำเนิดก็ได้นี่ ของพรรค์นี้ถ้าคุยกันอย่างเปิดใจก่อนก็น่าจะดี ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวคงได้ทะเลาะกันจนต้องเลิกราไปตามกรรมใครกรรมมันหรอก
  10. การสมรส ถึง เวลาหรือยังที่ควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาซะที แล้วคนที่คุณคบอยู่ตอนนี้เค้าเป็นคนที่ใช่แน่แล้วเหรอ? คุณมองเค้าแล้วเห็นอนาคตร่วมกันหรือเปล่า? ไม่ใช่ มองเห็นแต่ความว่างเปล่า หรือเต็มไปด้วยความไม่ พร้อมของทั้งคู่ ทั้งสองพร้อมจะรักและให้อภัยในความถูกมั่งผิดมั่งของกันและกันจริงนะ ถ้าในเมื่อยังมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้อยู่ ก็ขอให้เลือกด้วยหัวใจและใช้สมองติ๊ดนึง ขืนเบื่อกันทีหลัง

สุดท้ายกว่าจะรู้ครบทั้ง 10 ข้อ ก็คงเป็นแฟนไปแล้ว จริงไหม (ดูๆเอาไว้ ก่อนแต่งงานละกันเนาะ) *^-^*

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »