Browsing the slot online category...

                                                   ภาพถ่ายโดย ฟลิป นิกคลิน

วาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีชิวิตอยู่บนโลก เมื่อแรกเกิด วาฬสีน้ำเงินมีลำตัวยาวเฉลี่ย 7.5 เมตร และหนักร่วม 3 ตัน ลูกวาฬซึ่งกินเฉพาะนมแม่ที่มีไขมันสูงถึงร้อยละ 40 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 4 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มวัยวาฬสีน้ำเงินอาจมีลำตัวยาวกว่ารถบัสถึงสองเท่าและหนักเกือบ 200 ตันได้สบายๆ

ความที่วาฬสีน้ำเงินว่ายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับแหล่งอาศัยของมันอยู่ในที่ห่างไกลที่ซึ่งมหาสมุทรทั้งสามแห่งของโลก อันได้แก่ แปซิฟิก แอตแลนติก และอินเดีย มาบรรจบกันในน่านน้ำเย็นเยียบแถบแอนตาร์กติกา ทำให้ประชากรวาฬสีน้ำเงินส่วนใหญ่อยู่รอดปลอดภัยกระทั่งถึงช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ จนเมื่อมีการประดิษฐ์คิดค้นฉมวกระเบิดพร้อมเรือล่าวาฬพลังไอน้ำความเร็วสูง แหล่งที่มั่นสำคัญของวาฬสีน้ำเงินจึงถูกตีแตก ในช่วง 60 ปีแรกของศตวรรษที่ยี่สิบ คาดว่ามีวาฬสีน้ำเงินราว 360,000 ตัวถูกฆ่าตาย ประชากรวาฬรอบเกาะเซาท์จอร์เจียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ถูกล้างบาง รวมทั้งพวกที่เคยหากินอยู่นอกชายฝั่งญี่ปุ่นด้วย ประชากรวาฬสีน้ำเงินบางกลุ่มลดจำนวนลงถึงร้อยละ 99 และในที่สุดสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่สุดของโลกชนิดนี้ก็ตกอยู่ในภาวะสูญพันธุ์

ด้วยเหตุนี้เอง นักเขียน เคนเน็ท บราวเออร์ และช่างภาพ ฟลิป นิกคลิน จึงออกเดินทางร่วมกับบรูซ เมต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยออริกอนสเตต และนักติดแถบข้อมูลสัญญาณดาวเทียมวาฬ ผู้เปี่ยมความคิดสร้างสรรค์และมีผลงานมากที่สุดในโลก ร่วมด้วยจอห์น คาลัมโบคิดิส นักระบุวาฬจากภาพถ่ายที่หาตัวจับยากที่สุดในแถบเวสต์โคสต์หรือชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ทั้งหมดเริ่มมุ่งหน้าออกสู่ทะเลเพื่อไปยังที่หมายนอกชายฝั่งคอสตาริกา ซึ่งเป็นบริเวณที่วาฬสีน้ำเงินจะอพยพมาอาศัยอยู่ในช่วงฤดูหนาวหรือที่เรียกกันว่า คอสตาริกาโดม (Costa Rica Dome)

คอสตาริกาโดมคือบริเวณที่น้ำเย็นอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบนเนื่องจากการบรรจบกันของกระแสลมและกระแสน้ำทางตะวันตกของอเมริกากลาง แม้ตำแหน่งดังกล่าวจะไม่แน่นอนและค่อนข้างวกวน แต่โดมที่ว่านี้มักอยู่ห่างจากชายฝั่งออกไปราว 500 ถึง 800 กิโลเมตร การลอยตัวขึ้นของน้ำเย็นที่ว่านี้จะดันให้เทอร์โมไคลน์ (thermocline) หรือ ชั้นแบ่งระหว่างน้ำเย็นที่อยู่ลึกลงไปกับน้ำอุ่นที่อยู่บริเวณผิวน้ำ ลอยตัวขึ้นถึง 10 เมตรจากผิวน้ำ น้ำเย็นที่มีออกซิเจนต่ำ ลอยตัวขึ้นจากเบื้องล่างพร้อมกับนำไนเตรต ฟอสเฟต ซิลิเกต และสารอาหารอื่นๆขึ้นมาด้วย อาหารทิพย์เหล่านี้ทำให้เกิดโอเอซิสหรือห่วงโซ่อาหารกลางทะเลขึ้น ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของวาฬสีน้ำเงิน

ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตมโหฬารและความต้องการพลังงานมหาศาลอาจบังคับให้วาฬสีน้ำเงินต้องเสาะหาแหล่งพักพิงช่วงฤดูหนาวที่มีอาหารค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงแค่พอประทังความหิว โอเอซิสของคอสตาริกาโดมจึงตอบสนองความต้องการของพวกมันได้ นอกจากนี้ ความอุดมสมบูรณ์ของกระแสน้ำในแถบนี้ยังเอื้อให้วาฬแม่ลูกอ่อนผลิตน้ำนมจากฝูงคริลล์ (krill) ที่สวาปามเข้าไป ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกวาฬวัยกำลังกินกำลังโตที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึงวันละ 90 กิโลกรัมด้วย

วาฬสีน้ำเงินได้รับการปกป้องในระดับนานาชาติมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1960 แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตามซึ่งยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ประชากรของวาฬชนิดนี้กลับแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย ถ้าเราอยากเห็นสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในโลกกลับมายืนยงอีกครั้ง เมตและคาลัมโบคีดิสเชื่อว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาด้านประชากรศาสตร์และติดตามการเคลื่อนไหวของพวกมันอย่างใกล้ชิด ดังนั้น ภารกิจที่พวกเขาต้องทำก็คือ การติดแถบข้อมูลสัญญาณดาวเทียมวาฬเพื่อจะได้ติดตามได้ว่า พวกมันเดินทางไปไหนบ้างและใช้ชีวิตอย่างไร

ภารกิจเริ่มต้นขึ้นที่คอสตาริกาโดม นักวิจัยจะเริ่มขนเครื่องไม้เครื่องมือสารพัดลงไปในน้ำ เช่น เซ็นเซอร์ซีทีดี (CTD sensor) เครื่องหยั่งน้ำแบบเสียงสะท้อน (echo sounder) และไฮโดรโฟน (hydrophone) หรือไมโครโฟนใต้น้ำความไวสูง โดยเซ็นเซอร์ซีทีดีจะบันทึกความสามารถในการนำไฟฟ้า (ใช้ตวจวัดความเค็ม) อุณหภูมิ และความลึก ขณะที่เครื่องหยั่งน้ำแบบเสียงสะท้อนจะค้นหาแหล่งที่คริลล์ซึ่งเป็นอาหารหลักของวาฬสีน้ำเงินรวมตัวอยู่หนาแน่น ส่วนไฮโดรโฟนจะใช้ตรวจหาเสียงร้องของวาฬสีน้ำเงิน

เมื่อเซ็นเซอร์ซีทีดีตรวจพบเทอร์โมไคลน์ลึกลงไปใต้ผิวน้ำเพียง 20 เมตร ทีมงานก็จะปล่อยเรือติดแถบข้อมูลออกไป โดยเมตจะทำหน้าที่ติดแถบข้อมูลให้วาฬ ส่วนบราวเออร์รับหน้าที่เป็นผู้เก็บเนื้อเยื่อ เริ่มจากการเตรียมหน้าไม้ แล้วหยิบลูกดอกเก็บเนื้อเยื่อจากถังแช่ออกมา จากนั้นก็บรรจุลูกดอก ลูกดอกแบบนี้เมื่อยิงใส่วาฬแล้วจะตัดผ่านชั้นผิวหนังและไขมันลึกเข้าไปประมาณ 8 เซนติเมตร หรือจนสุดปลายจุกยางสีเหลืองที่ติดไว้ตรงปลายลูกดอกอีกด้านเพื่อกันไม่ให้เจาะเข้าไปลึกเกินไป และช่วยให้ลูกดอกหลุดออกจากตัววาฬได้ง่ายด้วย

เมื่อพูดถึงวาฬ สิ่งแรกที่เราเห็นก่อนเป็นอันดับแรกเกือบทุกครั้งคือ พวยน้ำที่มันพ่นออกมา ส่วนที่สองของวาฬที่เราเห็นคือ ส่วนหลัง และสิ่งสุดท้ายของวาฬที่เราเห็นคือ รอยหาง (flukeprint) เมื่อวาฬหรือโลมาว่ายในน้ำตื้น กระแสน้ำที่เกิดจากการตีหางจะทำให้เกิดรอยวงน้ำกลมๆขึ้นที่ผิวน้ำ ซึ่งเรียกว่า “รอยเท้าหรือรอยหาง” รอยหางของวาฬสีน้ำเงินมีขนาดใหญ่และคงอยู่ได้นานอย่างน่าแปลกใจ

หลังจากล่องเรือมานานสามสัปดาห์ ทีมงานทั้งหมดก็ได้สรุปผลงานที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จมาก การเดินทางครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ว่า วาฬสีน้ำเงินจำนวนมากเดินทางมายังคอสตาริกาโดม ทั้งเพื่อมาผสมพันธุ์และเป็นแหล่งหากินในช่วงฤดูหนาว นับว่าข่าวที่ได้จากคอสตาริกาโดมนั้นเป็นข่าวดี เพราะนั่นหมายความว่าวาฬสีน้ำเงินที่ครั้งหนึ่งเคยลดจำนวนลงจนเกือบสูญพันธุ์ ได้พลิกฟื้นจำนวนขึ้นแล้ว

กระนั้น เราก็ควรตระหนักว่า แม้ยักษ์ใหญ่แห่งห้วงสมุทรชนิดนี้จะมีความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ แต่พวกมันก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากมนุษย์อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะอยู่รอดต่อไป

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

ทำไมพวกเราจึงต้องการ การนอนหลับ ?

 

เหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์จำเป็นต้องนอนหลับ ก็เพื่อให้ร่างกายคืนสมรรถภาพ โดยเฉพาะการทำงานของสมองให้เป็นไปได้อย่างปกติ ซึ่งการนอนหลับโดยปกติจะประกอบขึ้นด้วยสองระยะที่สลับกันไปมาทั้งคืนคือ REM sleep เป็นระยะที่มีการกลอกตาทั้งสองข้างไปมาอย่างรวดเร็วในขณะหลับ ส่วน Non-rapid eye หรือ Non-REM Sleep เป็นการนอนหลับในระยะที่ลูกตาสองข้างไม่กรอกไปมา โดยการนอนส่วนนี้จะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ การนอนที่ผิดปกติ หลับไม่สนิท นอนไม่หลับ นอนไม่พอ ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่น ซึ่งเป็นลักษณะของการอดนอน

ระยะเวลาของการนอนหลับที่เราต้องการนั้นโดยทั่วไปในเด็กจะใช้เวลาในการนอนหลับมากในระยะแรกเกิด แล้วค่อยๆ ลดลงเมื่อเติบโตขึ้น แต่ในผู้ใหญ่จะใช้เวลานอน 6-8 ชั่วโมง หรือน้อยที่สุดไม่ควรน้อยกว่า 4-5 ชั่วโมง ซึ่งการนอนหลับได้อย่างเพียงพอจะใช้เวลา 8 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย

ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia)
ภาวะนอนไม่หลับ คือ โรคทางการนอนที่ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหลับได้ต่อเนื่อง เป็นปัญหากวนใจหลายๆ คน และมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนแต่ไม่หลับ หรือนอนหลับสั้นๆ  ก็จะตื่นมากลางดึกและไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับอีก หรือบางครั้งไม่สามารถนอนหลับได้เลยตลอดทั้งคืน  ซึ่งการจะหาสาเหตุนั้นมักมาจากการซักประวัติ ซึ่งต้องครอบคลุมทุกระบบ โดยการวินิจฉัยภาวะการนอน เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะทำให้ทราบสาเหตุของโรคได้
สาเหตุของการนอนไม่หลับ อาจมาจากหลายปัจจัย
1. อาหาร เครื่องดื่ม หรือสารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน สารกระตุ้น หรือยาบางประเภท
2. สิ่งแวดล้อมขณะหลับ เช่น เตียงนอน สภาพแวดล้อมในห้องนอน นอนผิดที่ ความสว่างและเสียงรบกวน
3. การเดินทางผิดเวลา การทำงานเป็นกะ
4. ความวิตกกังวล  ความเครียด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรานอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท
5. โรคสมองบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน สมองเสื่อม โรคไต โรคไทรอยด์ เนื้องอกในสมอง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับซึ่งทำให้ตื่นบ่อย

อาการของการนอนไม่หลับ
1. ภาวะง่วงนอนเวลากลางวัน (Excessive daytime sleepiness)
2. ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia)
3. อาการกรน และภาวะหยุดหายใจ
4. แขนขาเคลื่อนไหวผิดปกติขณะนอนหลับ

วิธีปฏิบัติเพื่อการนอนหลับที่ดี
1. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ก่อนนอน 2 ชั่วโมง
2. อย่าเข้านอนเวลาหิว
3. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ผสมอยู่ ก่อนนอน 3 ชั่วโมง
4. ความเครียด ความวิตกกังวล เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรานอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ก่อนนอนควรผ่อนคลาย
5. หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน 6  หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหนักก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่เกิดจากการมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงเกิดการไหลเวียนของอากาศที่หายใจเข้าไปไม่สะดวก

อาการที่แสดงของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
1. มีเสียงกรนขณะนอนหลับ
2. ตื่นนอนแล้วมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ เจ็บคอ หรือเพลียหลังจากตื่นนอน นับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
3. ง่วงนอนทั้งวัน (Daytime Sleepiness) ทั้งที่นอนหลับมาทั้งคืน ภาวะนี้จะเป็นอันตรายมากถ้าต้องขับรถอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ภาวะนอนกรน

” ภาวะนอนกรน  ไม่ได้สร้างปัญหาแค่เสียงรบกวนอันน่ารำคาญเท่านั้น  แต่อันตรายจากการนอนกรน อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ “

ผลกระทบจากการนอนกรน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจบางขณะ สร้างปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันมากมาย เช่น ง่วงในเวลากลางวัน สมาธิสั้น อ่อนเพลียเรื้อรัง หงุดหงิดอารมณ์เสีย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และผู้ที่นอนกรนยังมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นหลอดเลือดสมองแตก สมองเสื่อม โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ และส่งผลต่อความสามารถในการจดจำและการใช้ความคิดอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่กรนเสียงดังๆ ยังรบกวนคู่นอนทำให้นอนไม่หลับได้

การนอนกรนคงจะไม่เป็นอันตรายใดๆ หากไม่มีภาวะการหายใจที่ผิดปกติและหยุดหายใจขณะหลับ  ซึ่งผู้ป่วยที่มีทางเดินหายใจแคบมากในเวลาหลับ เมื่อยังหลับไม่สนิทจะมีเสียงกรนที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อหลับสนิทจะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ มีเสียงกรนที่ติดสะดุดไม่สม่ำเสมอ โดยจะมีช่วงกรนเสียงดัง-ค่อยสลับกันเป็นช่วงๆ และจะกรนดังขึ้นเรื่อยๆ โดยมีช่วงหยุดกรนไปชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจติดขัดเหมือนคนสำลักน้ำ และจะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง เป็นผลให้ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองระหว่างนั้นอาจทำให้เซลล์สมองเสื่อมได้

การตรวจการนอนกรน
1. ตรวจร่างกายโดยแพทย์
     แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยสาเหตุเริ่มต้นอาจพบความผิดปกติตั้งแต่จมูก โพรงจมูก หลังโพรงจมูก บริเวณเพดานอ่อน ช่องปาก ต่อมทอนซิล โคนลิ้น เป็นต้น
2. ตรวจพิเศษในท่านอน
     โดยกล้องส่องตรวจหลอดลมชนิดอ่อนตัวได้ (Flexible fiberoptic laryngoscope) บริเวณโพรงหลังจมูก ตำแหน่งเพดานอ่อนและโคนลิ้น (เฉพาะคนไข้บางราย)
3. ตรวจด้วยการเอ็กซเรย์
    เพื่อหาตำแหน่งที่ตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน
4. การตรวจความผิดปกติจากการนอน (Polysomnography : PSG / Sleep Lab)
เป็นการตรวจการหายใจที่สัมพันธ์กับการทำงานของหัวใจและสมองขณะหลับ การตรวจการนอนหลับนี้ ประกอบด้วย
    4.1   การตรวจวัดคลื่นสมอง

  • เพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ และการตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ หลับได้สนิทมากน้อยแค่ไหน ประสิทธิภาพการนอนดีเพียงใด ในบางคน ที่มีลมชักขณะหลับ

    4.2  การตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะหลับ

  • เพื่อดูว่าหัวใจมีการเต้นผิดจังหวะที่อาจมีอันตรายได้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด

    4.3  การตรวจวัดความอิ่มตัวของระดับออกซิเจนในเลือดแดงขณะหลับ

  • เพื่อตรวจดูว่าร่างกาย มีการขาดออกซิเจนหรือไม่ในขณะหลับ แล้วหยุดหายใจหรือหายใจเบา

    4.4   การตรวจวัดลมหายใจ

  • ที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก และการตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ใช้ในการหายใจ ดูว่ามีการหยุดหายใจหรือไม่ เป็นชนิดไหน ผิดปกติมากน้อยหรืออันตรายเพียงใด

    4.5  ตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ทรวงอก และกล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่ใช้ในการหายใจ
    4.6  ตรวจเสียงกรน

  • ดูว่ากรนจริงหรือไม่ กรนดังค่อยแค่ไหน กรนตลอดเวลาหรือไม่ กรนขณะ นอนท่าไหน

 

    4.7  การตรวจท่านอน
•  ในแต่ละท่านอนมีการกรนหรือการหายใจผิดปกติแตกต่างกันอย่างไร

 

นอนกรนรักษาได้
เป็นความเข้าใจผิดที่คนส่วนใหญ่คิดว่าการนอนกรนเป็นเรื่องทั่วๆ ไปที่ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ความจริงแล้วการนอนกรนเป็นเรื่องที่ควรเอาใจใส่ และเป็นโรคที่สามารถรับการรักษาได้ เบื้องต้นผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง เช่น ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง หลีกเลี่ยงการนอนหงายโดยพยายามนอนในท่าตะแคงข้างและนอนศีรษะสูงเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยานอนหลับ หรือยากล่อมประสาทก่อนนอน กรณีที่เป็นการนอนกรนชนิดอันตรายที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษา

ทางเลือกการรักษา มีอะไรบ้าง
1. วิธีไม่ผ่าตัด
การรักษาแบบ Positive Airway Pressure Therapy เป็นการใช้เครื่องพ่นอากาศ (Machine) โดยแพทย์อาจ เลือกใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP ซึ่งเป็นเครื่องครอบจมูกขณะหลับ เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น วิธีนี้ปลอดภัย และได้ผลดีในผู้ป่วยเกือบทุกราย
2. วิธีผ่าตัด
แพทย์อาจรักษาโดยวิธี Somnoplasty คือ การจี้กระตุ้นใหเพดานอ่อนหดตัวลง โคนลิ้นหดตัวลง หรืออาจตัดสินใจใช้วิธีการผ่าตัดเอาส่วนที่ยืดยานออก ซึ่งการจะพิจารณาเลือกรักษาโดยวิธีใดนั้น ก็ขึ้นกับความเหมาะสมในแต่ละกรณีไป

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

 

เรื่องข้อศอกดำ หัวเข่าด้านนั้น เป็นปัญหาที่ทำให้สาว ๆ ใส่สายเดี่ยว กระโปรงสั้นไม่ได้ ถึงแม้ว่า จะหน้าตาดีแค่ไหน แต่ก็คงไม่มั่นใจที่จะใส่แล้วทำให้เห็นรอยดำ และรอย ด้าน นั้น วันนี้มีเคล็ดลับที่จะทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้อีกต่อไปแล้วค่ะ

สิ่งที่นำมาแนะนำวันนี้คือ เอนไซม์จากสับปะรดค่ะ ซึ่งสับปะรดก็เป็นผลไม้ที่หาง่าย มีทุกฤดูกาล เรามาดูขั้นตอนการทำกันดีกว่านะคะ

1. นำเอาสับปะรด 1/4 ผล ไปสับให้ละเอียด แล้วนำไปเข้าตู้เย็น

2. เมื่อได้เวลาอาบน้ำ ก็เปิดตู้เย็นและหยิบสับปะรดที่เราเตรียมไว้ไปด้วย เมื่ออาบน้ำขัดตัวเสร็จแล้ว เราก็หยิบสับปะรดเย็น ๆ ที่เตรียมมาไปขัดแขน ขา ข้อศอก หัวเข่า หรือบริเวณที่ต้องการ

3. ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วทาด้วยครีมบำรุงผิวที่ใช้ประจำ

สูตรนี้ทำได้บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ควรเกินวันเว้นวัน และรับรองได้เลยว่าผิวคุณจะเนียนนุ่ม ไม่มีปัญหาศอกดำ เข่าด้านให้กังกลใจแน่นอน

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

การเขียนอายไลเนอร์นั้น หากเป็นการแต่งหน้าธรรมดา ก็เขียนแต่เพียงขอบตาบนก็พอ เพื่อให้ขอบตาชัดขึ้น ทำให้ดูตากลมโตขี้นค่ะ

  • ก่อนอื่นหลับตาข้างที่ต้องการจะเขียน
  • สำหรับขอบตาบนค่อย ๆ ลากเส้นอายไลเนอร์จากหัวตา ไม่ต้องติดหัวตามากนะคะ เว้นระยะไว้นิดนึง หรือ ลากมาจากเส้นขอบขนตา มายังหางตา และเขียนให้ติดขนตาให้มากทีสุด
  • เมื่อถึงหางตาก็ตวัดอายไลเนอร์ขั้นนิดนึง เพื่อให้หางตาดูสวยขึ้น
  • หากมีการเลอะของอายไลเนอร์ ให้ใช้คัดเติลบัชเช็ดอายไลเนอร์ที่เลอะออกได้ค่ะ แต่ต้องเร็วหน่อยนะคะ ก่อนที่อายไลเนอร์จะแห้ง
  • เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีดวงตาคู่สวยได้แล้วค่ะ

  ทริปเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับสาว ๆ นะคะ สำหรับสาว ๆ ที่มีตาโตอยู่แล้วนั้น กรีดเพียงบาง ๆ ก็พอค่ะ ตาจะดูสวยซึ้งขึ้น แต่สาว ๆ ที่มีดวงดาเล็ก หรือสาวหมวยก็เขียนเป็นเส้นหนาขึ้นได้ค่ะ เพื่อให้ดวงตาดูโต

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

การสื่อสารหมายถึง

สวัสดีค่ะ วันนี้ มีเรื่องการสื่อสารมาเล่าสู่กันฟังค่ะ การสื่อสารหมายถึงอะไร มีผู้รู้ได้ให้ความหมายเรื่องการสื่อสารไว้ต่างมากมายดังนี้ค่ะ

เดนนิส แมคเควล (McQuail, 2005) กล่าวว่า การสื่อสารหมายถึงการให้และการรับความหมาย การถ่ายทอดและการรับสาร ซึ่งรวมถึงแนวคิดของการโต้ตอบ แบ่งปัน และมีปฏิสัมพันธ์กันด้วย

ต่อไป Wilbur Schramm ก็ได้ให้ความหมายของการสื่อสารไว้ว่า การสื่อสาร คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนข่าวสาร เกิดขึ้นโดยการถ่ายทอดสารจากบุคคลฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ส่งสารผ่านสื่อหรือช่องทางต่าง ๆ ไปยังผู้รับสารโดยมี วัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ทีนี้มาดูความหมายของการสื่อสารที่คนไทยได้ให้ความหมายกันไว้บ้างค่ะ

สุมน อยู่สิน กล่าวว่า การสื่อสาร คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารระหว่างบุคคลต่อบุคลหรือบุคคลต่อกลุ่ม โดยใช้สัญลักษณ์ สัญญาณ หรือพฤติกรรมที่เข้าใจกัน โดยมีองค์ประกอบดังนี้

1. ผู้ส่งสาร คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูล สารไปยังผู้รับสารโดยผ่านช่องทางที่เรียกว่าสื่อ
ถ้าหากเป็นการสื่อสารทางเดียวผู้ส่งจะทำหน้าที่ส่งเพียงประการเดียวแต่ถ้าเป็นการสื่อสาร 2 ทาง
ผู้ส่งสารจะเป็นผู้รับในบางครั้งด้วย ผู้ส่งสารจะต้องมีทักษะในการสื่อสาร มีเจตคติต่อตนเอง
ต่อเรื่องที่จะส่ง ต้องมีความรู้ในเนื้อหาที่จะส่งและอยู่ในระบบสังคมเดียวกับผู้รับก็จะทำให้การ
สื่อสารมีประสิทธิภาพ

2. ข่าวสาร ในการะบวนการติดต่อสื่อสารก็มีความสำคัญ ข่าวสารที่ดีต้องแปลเป็นรหัส เพื่อ
สะดวกในการส่งการรับและตีความ เนื้อหาสารของสารและการจัดสารก็จะต้องทำให้การสื่อ
ความหมายง่ายขึ้น

3. สื่อหรือช่องทางในการรับสาร คือ ประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ลิ้น และกายสัมผัส
และตัวกลางที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เช่น สิ่งพิมพ์ กราฟิก สื่ออิเลกทรอนิกส์

4. ผู้รับสาร คือ ผู้ที่เป็นเป้าหมายของผู้ส่งสาร การสื่อสารจะมีประสิทธิภาพ ผู้รับสารจะต้อง
มีประสิทธิภาพในการรับรู้ มีเจตคติที่ดีต่อข้อมูลข่าวสาร ต่อผู้ส่งสารและต่อตนเอง

หวังว่าบทความนี้ คงทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่าการสื่อสารหมายถึงอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยน่ะค่ะ

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

การออกกำลังกายสามารถทำได้หลาย รูปแบบ ซึ่งถือว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น โดยเลือกรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับตัวเอง สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญละเลยเสียไม่ได้ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา นั่นคือ “รองเท้า”

รองเท้าที่สวมใส่สำหรับเล่นกีฬาหรืออกกำลังกายนั้น มีความสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งที่จะป้องกันและรักษาการบาดเจ็บจากการเล่น กีฬา หรือการออกกำลังกายได้ แต่ก่อนที่จะไปถึงการเล่นรองเท้าที่สวมใส่กับการเล่นกีฬา เรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นน่าสนใจ คือ รูปเท้า ฝ่าเท้า ของคนไทยเรา อาจไม่เหมือนชาวต่างชาติ ดังนั้นรองเท้าจากต่างประเทศอาจจะเหมาะหรือไม่สำหรับคนไทยเราก็ได้ ผู้สวมใส่จึงควรพิจารณาเรื่องการเลือกรองเท้าให้เหมาะสมให้ดี ดังนี้

 

ความพอดี (ฟิต) เป็น สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่ต้องเลือกสวมรองเท้าที่พอดี ไม่แคบ ไม่บีบรัด ส่วนใดของเท้า รองเท้าที่ผิด มักจะยาวและแคบ ทำให้บีบรัดส่วนกว้างที่สุดของฝ่าเท้าและเกิดการบาดเจ็บได้

เชือกรัดรองเท้า ควรอยู่ตรงกลางและปล่อยส่วนปลายเท้าให้ว่างเว้น ไว้จะดีกว่า ใช้เชือกรัดรองเท้ายาวจากปลายมาตลอด ถึงแม้จะปรับความพอดีของเท้าได้แต่อาจเกิดการเสียดสีหรือถูไถของเชือกบริเวณ ปลายเท้าส่วนที่เขย่งเมื่อเล่นกีฬาจะทำให้ผิวหนังผุพองได้

ส่วนที่หุ้มส้นเท้าที่ยกสูงควรมีหรือไม่ ขณะวิ่งเมื่อเขย่ง เท้าโดยข้อเท้ากระดกลง จะทำให้ส่วนที่ยื่นบนหลังส้นเท้านั้นกดที่เอ็นร้อยหวายพอดี เมื่อเล่นกีฬานานๆ ทำให้เกิดการอักเสบของตัวเอ็น หรือ ปลอกหุ้มเอ็นของเอ็นร้อยหวายได้ เมื่อมีปัญหาเช่นนี้ให้ตัดออกเสียเลย หรือตลบลงด้านหลังหรือตัดออกเลย

พื้นรองเท้าบริเวณส้นเท้า สำหรับนักกีฬาและนักวิ่งต้องกลมเพราะส้นเท้ากลม ถ้ารองรับไม่พอดีจะไม่มีความมั่นคงของส้นเท้า ทำให้เกิดการบาดเจ็บในส้นเท้า

พื้นรองเท้า พื้นชั้นในที่รองรับฝ่าเท้าควรนิ่มและยืดหยุ่นและ มีส่วนนูนรับอุ้งเท้าเพื่อให้ฟิตพอดี พื้นด้านนอกแข็ง แต่บริเวณกึ่งกลางควรยึดหยุ่นหากงอได้และมีการยึดเกาะพื้นได้ดี (ไม่ราบเรียบจนรื่น) พื้นรองเท้าบริเวณส้นเท้าอาจเฉียงขึ้น เพื่อความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวการก้าวเท้า ขณะการเล่นกีฬาหรือวิ่ง

รองเท้าควรมีส้นสูงเล็กน้อย ประมาณ 2 เซนติเมตร ทั้งนี้เพื่อแบ่งเบาการทำงานของเอ็นร้อยหวายและกล้ามเนื้อต้นขา

วัสดุที่ห่อหุ้มรองเท้า ไม่ ควรแข็ง เพราะจะเกิดการเสียดสี ทำให้ร้อน และผิวหนังพองได้ ไม่ว่าจะเป็นหนัง ผ้าใบหรือไนล่อน ควรยืดหยุ่น นิ่มและระบายความร้อนได้ดี

น้ำหนักรองเท้า ถ้าหนักก็มีความมั่นคงดี แต่วิ่งได้ช้า ดังนั้นการเลือกใส่ นอกจากการพอใจในน้ำหนักความพอดีแล้ว เมื่อใช้ในการแข่งขันควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาจะทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น

เมื่อใส่รองเท้ากีฬาวิ่งแล้ว ควรตรวจดูและซ่อมแซมการชำรุดสึกหรอ เพื่อไม่ให้ผิดรูปไป ทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บง่าย

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

     สาวๆ หลายคนอยากจะเป็นผู้หญิงที่ดูดี น่ารัก สดใส ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ แค่คุณสาวๆ นั้นทำตามเคล็ดลับที่
women.mthai
นำมาฝากในวันนี้ค่ะ

1.ช่างมัน ฉันไม่แคร์ ใช่ว่าจะไม่แคร์ไปเสียทุกเรื่อง แต่ต้องการให้คุณเลิกแคร์กับเรื่องไม่เป็นรื่องต่างหาก สมมติ
ว่าคนขับแท๊กซี่โกงเงินทอนคุณไป 3 บาท จนสามวันผ่านไปคุณก็ยังจำหน้าคนขับแท๊กซี่คนนั้นได้ อย่างนี้ผู้หญิงน่ารัก
ไม่พึงปฎิบัติอย่างยิ่งคับ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะมองข้ามได้ก็ปล่อยไปเถอะ อย่ามัววิตกให้อารมณ์มัวหมอง ทำลาย
ความสดใสบนใบหน้าเสียเปล่าๆ เลย

2.นิ่งเสียตำลึงทอง ถ้าคนรอบตัวคุณกำลังโวยวาย หงุดหงิด หรืออะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวกับคุณเลย ก็ไม่มีประโยชน์
อันใดที่ผู้หญิงน่ารักๆ จะต้องแสดงน้ำใจไมตรีโดยการกระโดดเข้าไปร่วมวงวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงอารมณ์ร่วมไป
กับเขา สู้เป็นฝ่ายอยู่นิ่งๆ รับฟังจะดีกว่า เพราะนอกจากไม่ต้องทำร้ายสุขภาพจิตของตัวเองแล้วการรับฟังอย่างเงียบ
อาจเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีและเป็นสิ่งที่คนรอบข้างของคุณต้องการมากที่สุดก็ได้

3.นินทากาเลเหมือนเทน้ำ ยิ่งเทก็ยิ่งมัน น้ำยิ่งกระจัดกระจายเลอะไปหมด ดีไม่ดีจะเปรอะมาถึงตัวคนพูดด้วย การ
นินทาลับหลังเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างยิ่งของผู้หญิงน่ารักนะคะ เพราะขณะที่คุณกำลังนินทา คนร่วมวงรวมทั้งตัวคุณเองก็
อาจจะไม่แน่ใจว่าสักวันหนึ่งจะตกเป็นเหยื่อของการนินทาบ้างหรือเปล่า แต่ผู้หญิงเรารวมกลุ่มกันทีไรเรื่องนี้มักจะห้าม
ยาก…ถ้าคุณคิดจะเลิกก็เริ่มต้นง่ายๆ  ด้วยการเตือนสติตัวเองว่า “นี่ฉันกำลังจะนินทาแล้วนะ” และชวนเพื่อนเปลี่ยน
เรื่องคุยดีกว่า ทำอย่างนี้บ่อยๆ เข้าคุณก็จะเลิกได้ แล้วกลุ่มของคุณก็จะเลิกตามไปในที่สุดด้วยค่ะ

4.หยุดคิด เสียบ้าง ไม่ใช่หยุดแล้วคิดนะคับ แต่ให้หยุดความคิดบางอย่างเสียบ้าง โดยเฉพาะความคิดแบบเปิดศึกไม่ว่าจะสงครามกับตัวเองหรือคนรอบข้างทันทีที่เริ่มคิดให้ติดเบรกด่วนเลยค่ะ สมมติคุณกำลังคิดว่า ไม่มีใครทำความ

สะอาดที่นี่เลยหรือไง ความคิดนี้ยังไม่อันตราย แต่ถ้าคุณเริ่มคิดต่อไปว่า ฉันเป็นคนเดียวที่ทำทุกอย่างที่นี่ใช่มั้ย ฉัน
เบื่อเต็มทีแล้ว จนถึง ฉันเกลียดที่นี่ ฉันเกลียดทุกคน นี่แหละค่ะความคิดที่จะทำลายทั้งอารมณ์ จิตใจ และความน่ารัก
ของคุณ

5.เบื่อคนบ่น นับว่าเป็นโชคดีถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบการบ่น แต่…บางคนก็มักจะพูดว่า ทำไมคนโน้นคน
นี้ขี้บ่น เมื่อไหร่จะหยุดเสียที น่าเบื่อจริงเชียว รู้ตัวไหมล่ะว่า ถ้าคุณยังไม่เลิกบ่นต่อเรื่องที่คนอื่นบ่น คุณก็จะกลายเป็น
คนขี้บ่นที่น่าเบื่อเหมือนกับพวกเขานั่นแหละ

เคล็ดลับง่ายๆ อย่างนี้ ไม่ยากเกินกำลังของคุณสาวๆ เลยใช่ไหมคะ เท่านี้คุณก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่น่ารักมีเสน่ห์
กว่าเดิมอีกหลายเท่าเชียวล่ะค่ะ

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

ชื่อเต็มของกรุงเทพฯ
กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

คำอ่านภาษาไทย
กรุงเทบมะหานะคอน อะมอนรัดตระนะโกสิน มะหินทรายุดทะยา มะหาดิลกพบ นบพะรัดราดชะทานีบูรีรมอุดมราดชะนิเวดมะหาสะถาน อะมอนพิมานอะวะตานสะถิด สักกะทัดติยะวิดสะนุกำประสิด

คำอ่านภาษาอังกฤษ
Krungthepmahanakhon Amonrattanakosin Mahinthrayutthaya Mahadilokphop Noppharatratchathaniburirom Udomratchaniwetmahasathan Amonphiman – Awa – Tansathit Sakkathatiyawitsanukamprasit

คำแปลเป็น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา
แปลอังกฤษ : City of Angels, Great City of Immortals,
แปลไทย : พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครรบชนะได้

มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์
แปลอังกฤษ : Magnificent City of the Nine Gems, Seat of the King,
แปลไทย : มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง

อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต
แปลอังกฤษ : City of Royal Palaces, Home of the Gods Incarnate,
แปลไทย : มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา

สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์
แปลอังกฤษ : Erected by Visvakarman at Indra’s Behest
แปลไทย : ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิต

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

นั่งๆคิด เอ..ใกล้วันวาเลนไทน์เข้ามาทุกทีแล้ว เดี๋ยวก็คงเริ่มเห็น ดอกกุหลาบ และชอคโกแลต เหมือนทุกปี เลยลองคิดเล่นๆว่า จริงๆจำเป็นเหรือต้องให้กันเฉพาะสองอย่างนี้ นกว่าไม่นะ ถ้าวันนี้ ถือว่าเป็นวันแห่งความรัก สิ่งของอะไรก็แล้วแต่ อยู่ที่เข้าใจเลือกให้เหมาะกับผู้รับ ของสิ่งนั้นจะได้ประโยชน์ซะมากกว่า อย่างชอคโกแลตเนี่ย บางคนก็ไม่กินเพราะกลัวอ้วน แต่ก็ต้องให้กัน ดอกกุหลาบ แม้จะสื่อได้ถึงเรื่องความรักได้ดี แต่ไม่กี่วันก็เหี่ยวแห้ง เราได้แค่ เก็บช่อดอกไม้แห้งเอาไว้เป็นที่ระลึก

มาดูว่า จะให้อะไรกันได้อีกนอกจากสองสิ่งนั้นแล้ว เอาเป็นว่า ให้ทั้งดอกไม้ด้วยก็ได้ ให้ของด้วยก็ได้ แต่อย่าแพงนักเลยค่ะ คุณค่าสิ่งของไม่ได้อยู่ที่ราคาเสมอไปนะคะ (สำหรับบางคน)

 

อย่างแรกเลย ขอยกให้ สตรอเบอร์รี่ ค่ะ www.pooyingnaka.com

ช่วงนี้ยังหาซื้อได้ง่ายค่ะ หนุ่มๆสาวๆที่ต้องการเอาใจแฟนและรวมไปถึงทั้งครอบครัวของแฟนแล้วล่ะก็ ซื้อสตรอเบอร์รี่แล้วจัดใส่ตะกร้าน่ารักๆ ทานกันได้ทั้งครอบครัว และมีประโยชน์มากๆอีกด้วย นอกจากทานแล้ว เอามาพอกหน้า ขัดหน้าได้อีก สวยใสกันไป อาจจะเพิ่มไอเดียไปอีกหน่อย กับการทำการ์ดที่มีสูตรสวย-หล่อด้วยสตรอเบอร์รี่และประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่ น่ารักสุดๆค่ะ

ปีนี้ปีกระต่าย www.pooyingnaka.com

เบื่อหรือยังกับตุ๊กตาหมี เอ้าถ้ายังไม่เบื่อ เลือกซื้อแบบเซฟๆ ก็คงต้องตุ๊กตาหมีนั่นล่ะ แต่เพิ่มอะไรที่น่ารักเข้าอีก สำหรับปีนี้ก็กระต่าย หูยาว น่ารัก จะซื้อแบบคู่กันก็ยิ่งน่ารักเข้าไปอีก เลือกตัวใหญ่หน่อยถ้าอยากให้กอดได้ หรือตัวเล็กที่จะนำพาไปไหนต่อไหน ให้หายคิดถึงกัน

ของทานเล่นสุดประโยชน์ www.pooyingnaka.com

เอ้า…เลือกของขวัญสักทีทำไมต้องเลือกแต่ของอ้วนๆล่ะ นี่เลยค่ะ สารพัดถั่ว ชอบยี่ห้อไหนก็ซื้อมา หลายแบบหลายถุง แล้วซื้อกล่องรูปหัวใจ (หาซื้อได้ที่ 555 papers)  จะให้ดี หาอะไรรองก่อนนะจ๊ะ เอาไว้ทานเล่นๆตอนมื้อบ่ายให้หายง่วง และแอบคิดถึงคนให้ด้วย

โอรีโอสตรอเบอร์รี่ www.pooyingnaka.com

ขอเป็นสตรอเบอร๊รี่อีกอันละกันนะคะ แต่นี่โอรีโอแบบใหม่ เห็นกล่องน่ารักแบบนี้ ไม่ต้องไปซื้อกล่องเพิ่มเลยค่ะ ติดโบว์อีกหน่อย หรือหาถุงน่ารักๆมาใส่ แค่นี้ก็อร่อยกันได้แล้ว

เครื่องประดับ www.pooyingnaka.com

สมัยนี้สาวๆจะเน้นของไม่แพง แต่ซื้อได้หลากหลาย ฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าใครอยากได้เครื่องประดับ อย่าลืมบอกใบ้เขาล่วงหน้านะจ๊ะ สำหรับหนุ่ม ถ้าไม่อยากซื้อดอกไม้ ก็ควรซื้อเป็นเครื่องประดับที่สาวๆมักใช้ติดตัวเสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือแม้แต่แว่นตาแฟชั่น ทีนี้ก็ลองไปนั่งคิดนอนคิดว่า คนข้างๆเค้าชอบอะไรหรือกำลังต้องการอะไรกันค่ะ

ชอคโกแลต www.pooyingnaka.com

ไหนๆก็ยังเป็นวาเลนไทน์ที่ต้องมีชอคโกแลตมาเอี่ยว แต่ไม่ต้องเอาชิ้นใหญ่ นี่ดีกว่าค่ะ Hershey s Kiss เพราะกินกันได้หลายคน คนละชิ้นสองชิ้น และเป็นการบอกใบ้เล็กๆน้อยๆ สื่อถึงสิ่งที่อยู่ในใจเราด้วยนะ ใส่กระปุกน่ารักๆ เค้าจะได้เก็บกระปุกไว้ใช้ได้อีก

จริงๆนกว่าเพื่อนๆคงมีไอเดียหลากหลาย ยังไงก็แชร์กันนะคะ จะได้เหมือนมีหลายตัวเลือก แต่ที่สำคัญ รักกันทุกวัน อะไรเล็กๆน้อยๆ ปล่อยวางได้ก็ควรปล่อย อย่าจุกจิก อย่าไปโทรจิก คบกันแบบสบายๆ และจะคบกันได้นาน จะได้ฉลองวาเลนไทน์กันได้นานๆไงคะ

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »

 

……..เอาใจสาวที่ชอบผิวสีแทนด้วยคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด Guerlain Terra Inca ซึ่งมีทีเด็ดอยู่ที่ผิวบรอนซ์ประกายทองดูนวลตาและเปลือกตาสีน้ำเงินครามโดด เด่นกว่าใคร

……..เคล็ดลับอยู่ที่การปัดไล้ใบหน้า ลำคอ และเนินอกด้วย Sublime Radiant Powder (2,660.-) แป้งสีเบจประกายทองที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งผสมกับสีชมพูประกายบรอนซ์ยิ่งทำ ให้ผิวดูเป็นสีแทนนิดๆ กำลังดี
……..ส่วนเปลือกตาใช้อายแชโดว์พาเล็ตต์ Terra Indigo (2,380.-) โดยแต้มอายแชโดว์สีส้มและทองที่หัวตาก่อนใช้อายแชโดว์สีน้ำเงินทาให้ทั่วเปลือกตา แล้วเติมอายแชโดว์สีน้ำตาลอ่อนที่กึ่งกลางตาเพื่อกดน้ำหนักอีกครั้ง แต่ถ้าอยากให้ตาดูคมเข้มขึ้นแนะนำให้ขยี้ขอบตาด้วย Khol Kajal (1,400.-) อายไลเนอร์เนื้อครีมสีดำสนิททีหลัง
……..ปิดท้ายด้วย Terracotta Gloss # Salsa (1,100.-) ลิปกลอสสีชมพูดอกฟิวเชียทาให้ทั่วเรียวปาก แล้วเพิ่มประกายที่กึ่งกลางริมฝีปากด้วย Ombre Fusion # Bahia (1,320.-) ลิปกลอสสีชมพูอ่อนผสมประกายเมแทลลิกระยิบระยับ สวยครบสูตรเข้ากับสีผิวพอดิบพอดี

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »